One-Man Business กับ 6 เคล็ดลับ ขายออนไลน์

One-Man Business กับ 6 เคล็ดลับ ขายออนไลน์

            หญิงสาวหลายคนที่อยากสวมใส่บิกินีในช่วงวันหยุดมักจะหนีไม่พ้นความหงุดหงิด กับรูปแบบชุดที่บอบบางเกินไป ที่จะทำกิจกรรมอะไรอื่น นอกจากนั่งนิ่ง ๆ บนเก้าอี้, จะเลือกระหว่างชุดที่อินเทรนด์สุด ๆ แต่เสี่ยงสูงจากความไม่คุ้นเคย หรือสนุกและผ่อนคลายมากกว่าในชุดที่แฟชั่นจ๋าน้อยกว่า

            จากเสียงบ่นของน้องสาวเรื่องชุดว่ายน้ำทูพีซ ทำให้ John Moran หนุ่มวัย 25 คนทำชุดว่ายน้ำ Vaya Island เห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจทำชุดบิกินีจากปัญหาเหล่านี้ โดยริเริ่มธุรกิจด้วยตัวคนเดียวในหอพักนักศึกษา ขณะกำลังเรียนด้านธุรกิจและการตลาดที่ Merrimack College เมื่อปี 2557 กับเงินทุน 700 ดอลลาร์ (ประมาณ 22,000 บาท) ที่เขาสะสมจากการทำงานที่สนามกอล์ฟ ซึ่งวันนี้ธุรกิจของ Moran สามารถสร้างรายได้สูงถึง 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 16 ล้านบาท) ในปี 2561 !! 


"ทำงานด้วยความสนุกกับสิ่งที่รัก

ถึงงานจะหนักแค่ไหน ถ้าได้เริ่มแล้ว มันก็เหมือนลูกของเรา"

            

            John Moran ได้ให้เคล็ดลับความสำเร็จของเขากับการทำธุรกิจครั้งนี้ไว้ 6 ข้อ ได้แก่...




            1. เริ่มจากสิ่งที่มีอยู่ในมือ 

            John Moran เริ่มขายเคสมือถือที่มีรูปถ่ายของเขากับคนเดินหาดที่ Cape Cod ในปี 2557 จากนั้นจึงขยับไปขายเครื่องประดับที่ทำจากวัสดุริมหาดบนเว็บไซต์ในปี 2558 - 2559 เนื่องจากลุงของเขาทำกิจการร้านค้าเล็ก ๆ ที่ผลิตและขายเครื่องประดับเงิน เขาจึงคุ้นเคยกับอุตสาหกรรมนี้และรู้สึกมั่นใจในการออกแบบของเขา

            แม้พื้นฐานจากครอบครัวจะทำให้เขาได้เปรียบ แต่ John Moran ก็สร้างธุรกิจด้วยเงินตัวเอง และต้องการที่จะต่อทุนอันจำกัดให้ธุรกิจไปต่อได้ โดยคำสั่งซื้อเครื่องประดับจากลูกค้า เพียงครั้งละ 20 - 30 ชิ้นในเวลานั้น ทำให้เกิดกระแสเงินสดพอจากการขายบนเว็บไซต์ ทำให้ในปีแรกเขาทำเงินได้ถึง 30,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 900,000 บาท) และ 45,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,400,000 บาท) ในปีที่สอง โดยใช้การโฆษณาบนโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรมเพื่อให้เป็นที่รู้จัก

            2. ทำจากการฟัง เพื่อให้เกิดความพึงพอใจ

           John Moran ตัดสินใจทำโพลล์สอบถามกับลูกค้าว่า ต้องการให้เขาทำอะไรต่อ ผลโหวตที่ได้ คือ "บิกินี" แต่ปัญหาคือ "เขาไม่รู้วิธีออกแบบ" เขาจึงเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยสั่งบิกินีมา 14 หรือ 15 ตัวอย่างจากซัพพลายเออร์ใน Alibaba มาร์เก็ตเพลสยักษ์ใหญ่สำหรับผู้ผลิต จากนั้นก็ขอให้ผู้หญิงที่วิทยาลัยดูว่าแบบไหนที่เหมาะกับพวกเขา แล้วก็พบว่า ไม่มีเลยสักแบบที่พวกเธอชอบ


"ชั้นต้องการบิกินีที่นุ่มและสบายจริง ๆ"

ความคิดเห็นจากน้องสาวของเขาผู้ลองสวมใส่ บิกินี ทุกแบบ


            หลังจากลองสินค้าของผ่านซัพพลายเออร์ไป 15 เจ้า เขาก็ได้พบรายที่เหมาะสมและมีคุณภาพตามที่ต้องการ เมื่อได้รายที่ถูกใจแล้ว ก็เริ่มเดินหน้าการผลิต ด้วยแบบสเก็ตช์ของเขา


"ใน Alibaba ก็เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร"

John Moran กล่าว -

            John Moran ได้ทำการจ้างบริษัทแห่งหนึ่งในฮาวายออกแบบภาพพิมพ์ เพื่อให้แน่ใจว่ามันใช้ได้ จากนั้นเขาก็เลือกแบบที่คาดว่าจะขายได้มาโพสต์บนอินสตาแกรมของเขา และขอให้ลูกค้าโหวตแบบที่ชอบ ซึ่งทำให้เขาได้สินค้าที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง "มันทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากการเจ๊งได้" ที่สำคัญคือ นี่คือวิธีเข้าถึงลูกค้าที่ดีมาก ๆ

            เมื่อบิกินีชุดแรกของเขาขายหมดในปี 2560 เขาก็เอาเครื่องประดับทั้งหมดที่เหลืออยู่มาเซลลดราคา "เพราะบิกินี ได้ยึดเว็บไซต์ทั้งหมดไว้แล้ว" ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะปล่อยวางธุรกิจตั้งต้นของเขาไป "นั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยากสำหรับผม" John Moran กล่าว




            3. ฉายสปอตไลต์ไปที่ลูกค้า

            คติพจน์ของบริษัทเขา คือ "ใช้ชีวิตง่าย ๆ และมองอะไรให้เป็นบวก" ได้นำมาใช้กับภาพลูกค้าที่นำเสนอตัวเองในชุดที่ John Moran ออกแบบ เมื่อเขาโพสต์ ก็มีคนส่งภาพมามากขึ้น "เหมือนปฏิกิริยาสโนว์บอลล์" (การเริ่มอะไรสักอย่างจากจุดเล็ก ๆ จนขยายไปใหญ่โตขึ้น) ขณะเดียวกัน John Moran ก็จ้างช่างภาพในบาหลีและแหล่งท่องเที่ยวชายหาดอื่น ๆ ถ่ายนางแบบที่สวมใส่บิกินีและโพสต์กันต่อในฟีด

            เป้าหมายของเขาคือการโตขึ้นของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ แทนที่จะเป็นการจ่ายเงินให้คลิก และค่อย ๆ เปิดตัว "แอมบาสซาเดอร์" หรือทูตของแบรนด์ ซึ่งคนที่เป็นแฟนตัวยงจะได้เห็นภาพสินค้าใหม่ล่าสุดก่อนใครและรับส่วนลด 30% เมื่อตัดสินใจซื้อ "มันคือคลับพิเศษที่จะแนะนำสไตล์ใหม่ ๆ และคนจะชอบเรื่องส่วนลด ชอบที่จะแชร์ ชอบที่จะเป็นทูตของ Vaya Island"

            นอกจากนั้น เขายังสร้างแฮชแท็ก #goliveeasy เพื่อดึงดูดลูกค้ารายอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน เพื่อสร้างชุมชนของเขาขึ้นบนอินสตาแกรม

            4. ใช้ influencer ให้มากที่สุด

            เมื่อสังเกตว่า เทนด์ผู้มีอิทธิพลต่อสาธารณะหรืออินฟลูเอ็นเซอร์ (influencer) ด้านแฟชันโตขึ้นเรื่อย ๆ บนอินสตาแกรม John Moran จึงเข้าหาอินฟลูเอ็นเซอร์ที่กำลังมาแรงและเสนอที่จะส่งชุดฟรีแลกกับการโพสต์ ซึ่งอินฟลูเอ็นเซอร์ที่เป็นรู้จักซึ่งมีผู้ติดตาม 200,000-1,000,000 John Moran ก็ยอมจ่ายเงินเพื่อการโพสต์ภาพ

            เขาก็เข้าใจถึงวิธีทำมาหากินของคนที่มีชื่อเสียง แต่เขาก็ต้องเลือกอินฟลูเอ็นเซอร์อย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ทุนที่จำกัดอย่างเสียเปล่า โดยเขายอมใช้เงิน 1,000 - 9,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 32,000 - 280,000 บาท) ต่อโพสต์ ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของคนที่ใช้ และก็จำกัดไว้แค่ 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,000 บาท) สำหรับโพสต์ที่เขาจ่ายค่าโฆษณาเอง


"บางครั้ง ชุดบิกินีก็ไม่ได้อินกับคนที่ติดตามใครบางคน

คนที่มีฟอลโลเวอร์ 1 ล้านคนก็อาจไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วม

ได้เท่ากับคนที่มีฟอลโลเวอร์ 40,000" 


            ไม่เพียงใช้การตลาดด้วยอินฟลูเอ็นเซอร์ การโฆษณาบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมก็ได้ผล หากมีคูปองโค้ด แล้วก็มักเป็นการลงทุนที่ดี "ถ้าผมใช้เงิน 1,000 ดอลลาร์ต่อเซตโฆษณา ผมก็จะสามารถเห็นว่า ผมทำไปได้เท่าไรเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ และเห็นทราฟฟิกที่สูงขึ้นบนเว็บไซต์ของผม"




            5. อย่า 'ฉายเดี่ยว' ทำเองทุกอย่าง

            John Moran ใช้ศูนย์ฟูลฟิลเมนต์สต็อกสินค้าและส่งของให้จากโกดังสินค้า เขาจะได้ออร์เดอร์ 80-100 ออร์เดอร์ต่อวัน การเอาต์ซอร์สทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น "มันทำให้ผมมีอิสระที่จะโฟกัสในเรื่องการเพิ่มยอดขายหรือการเจรจาข้อตกลงกับพวกอินฟลูเอ็นเซอร์"
            นอกจากนั้น เขาก็ยังคิดจะจ้างทีมที่จะช่วยในเรื่องออร์เดอร์ แต่เพราะมันยังอยู่ในช่วงกำลังโต เป็นการดีที่สุดที่จะคุ้มค่าใช้จ่ายให้อยู่โดยทำเองไปก่อน อย่างไรเสียเขาก็ได้ประโยชน์จากเอาต์ซอร์สเหมือนกับมีลูกจ้างเหมือนกัน
            6. โฟกัส กับสิ่งที่ทำ
            แม้ธุรกิจนี้ไปได้ดีเกินคาด แต่เขาก็เผชิญกับช่วงฟุ้งและจิตตกเช่นเดียวกับผู้ประกอบการหน้าใหม่รายอื่น เขาบอกว่าการทำธุรกิจคนเดียว "เราต้องกุมชะตาชีวิตของเราด้วยการยอมรับอะไรหลาย ๆ อย่าง" เมื่อผิดพลาดเขาต้องบอกตัวเองว่า

"อย่าไปจมปลักกับมัน ผมต้องก้าวต่อไป
และใช้มันเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานอย่างหนัก"

            เมื่อพบอุปสรรค ก็บอกตัวเองว่า "ผมต้องพักงานไว้ ตอนนี้คงไม่ใช่เวลาที่เหมาะ" แล้วก็แวะไปยิมหรือไปวิ่งเพื่อรีชาร์จตัวเอง "ผมพยายามเคลียร์ทุกเรื่องในหัว ก่อนกลับไปเผชิญกับมัน บ่อยครั้งที่มันได้ผล" ด้วยความคิดหรือ mindset ที่ตั้งไว้ในใจว่า ธุรกิจของเขายังจะต้องไปต่อ