เสน่ห์ปลายจวัก น้ำพริกไทย 4 ภาค

เสน่ห์ปลายจวัก น้ำพริกไทย 4 ภาค

เมนูที่อยู่คู่สำรับชาวไทยและแสดงให้เห็นถึง เสน่ห์ปลายจวักอันมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละภาค คำตอบที่หลายคนนึกถึงต้องเป็น น้ำพริกแน่นอน 


วันนี้ thaiemarket.com ก็เลยอยากนำเสนอเสน่ห์ของน้ำพริกแต่ละภาค จะเด็ดโดนใจแค่ไหน ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ


เสน่ห์น้ำพริก 'ภาคเหนือ'


เริ่มต้นที่ความลำแต้เจ้าๆ กับน้ำพริกทางฝั่งภาคเหนือ ซึ่งมักจะนำวัตถุดิบที่หาได้ง่ายจากท้องถิ่นมาปรุงให้อร่อย มีทีเด็ดอยู่ที่การนำเครื่องปรุงต่างๆ มาผ่านการย่างหรือเผาให้สุกก่อน ทำให้เมื่อทานแล้วเราจะได้กลิ่นของความหอมอร่อยมากขึ้น

 

น้ำพริกที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นชื่อของภาคเหนือ อย่างที่ทราบกันดีก็จะเป็น น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง หรือน้ำพริกตาแดง ยิ่งถ้าแกล้มคู่กับแคบหมูกรอบๆ ลำขนาด


เสน่ห์น้ำพริก 'ภาคกลาง'


มาต่อกันที่น้ำพริกของชาวภาคกลางที่เราคุ้นเคยกันดี ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม เพราะนิยมปรุงให้ครบรสทั้ง เผ็ด เค็ม เปรี้ยว หวาน ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ส่วนใหญ่มักจะใช้วัตถุดิบอย่างกะปิเป็นหลัก รวมไปถึง ปลาทู ปลาเค็ม ไข่เค็ม หรือมะขาม เป็นต้น

 

แน่นอนว่าเมนูน้ำพริกแสนอร่อยของภาคกลางต้องเป็น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู หรือน้ำพริกเผานั่นเอง ทานคู่กับผักสดๆ อร่อยอย่าบอกใคร

 

เสน่ห์น้ำพริก 'ภาคอีสาน'


ส่วนภาคอีสาน จะเน้นเมนูน้ำพริกที่สามารถทานได้กับข้าวเหนียว มีทั้งในรูปแบบของ แจ่ว ที่ปรุงเพื่อจิ้มกับอาหารประเภทต่างๆ หรือ ป่น ที่นำไปตำกับวัตถุดิบจ่างๆ อาทิเช่น ป่นปลา หรือป่นเห็ด โดยใช้ปลาร้าเป็นส่วนประกอบในการทำอาหารเกือบทุกชนิด

 

เมนูเด็ดของน้ำพริกภาคอีสานจึงหนีไม่พ้น แจ่วปลาร้า หรือปลาร้าบอง ซึ่งบอกเลยว่าจิ้มกับข้าวเหนียวร้อน แซ่บสุดๆ ไปเลยเด้อจ้า


เสน่ห์น้ำพริก 'ภาคใต้'


ปิดท้ายที่ภาคใต้ ซึ่งมีของดีอย่างอาหารทะเล ทำให้มีการนำวัตถุดิบจากท้องทะเลมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำน้ำพริกคู่กับหอมแดงและกะปิ อีกทั้งยังเน้นความเผ็ดจัดจ้าน

 

น้ำพริกของภาคใต้ที่ต้องลองคือ น้ำพริกไข่ปู น้ำพริกกุ้งเสียบ หรือน้ำพริกไตปลาแห้ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะทานคู่กับผักพื้นบ้านอย่าง สะตอหรือผักเหลียง นั่นเอง

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ? ทำความรู้จักกับน้ำพริกสี่ภาคกันจนน้ำลายสอเลยทีเดียวใช่ไหมเอ่ย? เห็นทีจะต้องหาน้ำพริกอร่อยๆ มาทานกับข้าวสวยกันบ้างแล้ว ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับอาหารไทยแสนอร่อยนะคะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง