เจาะลึก Insight มิติใหม่ของไอดอลกับ 'คุณจิรัฐ CEO of BNK48 Office'

เจาะลึก Insight มิติใหม่ของไอดอลกับ 'คุณจิรัฐ CEO of BNK48 Office'

เมื่อเซียน e-Commerce Talk โดย คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ CEO of BNK48 Office ได้มีโอกาสมาเล่าสู่กันฟังในงาน BIG EVENT ของ ETDA "FUTURE ECONOMY & INTERNET GOVERNANCE : BIG CHANGE TO BIG CHANCE" ถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองที่น่าสนใจในการทำธุรกิจกับไอดอลกลุ่มสาวน้อยที่ใครๆ ก็คุ้นชื่ออย่าง ‘BNK48’ อะไรที่ทำให้เด็กสาววัยรุ่นหรือที่เรียกว่า ‘ไอดอล’ ครองใจโอตะหรือแฟนคลับอย่างล้นหลาม Thaiemarket.com ได้นำไอเดียและเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ




DNA ที่ถูกส่งต่อถึงรุ่นต่อรุ่นของเด็กสาวกลุ่มนี้

ก่อนอื่นคุณจิรัฐได้เล่าถึง Background ที่มาของ BNK48 ในแง่ของ Business Model ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ภายใต้คอนเซปท์ ‘idols you can meet’ เริ่มต้นจากการก่อตั้งที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ในชื่อ ABK48 โดยมีผู้คนเข้าชมคอนเสิร์ตเพียงไม่กี่คนอยู่นานแรมปี แต่ด้วยพลังของเด็กผู้หญิงกลุ่มนั้นที่ยังมีความมุ่งมั่น จนเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น จนกลายมาเป็น DNA ของวง นั่นก็คือ ‘ความพยายาม’ หรือวลีในภาษาญี่ปุ่นที่เรียกว่า กัมบัตเตะ (Ganbatte) นั่นเอง

จากความมุ่งมั่นของเด็กสาวไอดอล AKB48 กว่า 13 ปีในญี่ปุ่น ได้สร้างรายได้กว่า 7,000 ล้านบาท มียอดขายซีดีกว่า 51 ล้านก็อปปี้เลยทีเดียว ในขณะที่ประเทศไทยก็มีตัวเลขของความสำเร็จที่ไม่น้อยเช่นกัน


BNK48 เป็นแฟรนไชส์แบบไหน?

สำหรับ BNK48 นั้นเป็นวงลำดับที่ 3 ของการขยายแฟรนไชส์ออกนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคุณจิรัฐบอกว่าเป็นแฟรนไชส์ที่ไม่มีไบเบิ้ลเลย แต่สิ่งที่ทำให้ยอมจ่ายนอกจาก Branding ที่น่าสนใจก็คือ DNA และ Culture ที่ได้พูดถึง นั่นก็คือ กัมบัตเตะ ที่ได้กล่าวไปตั้งแต่ต้น



Pre-order การตลาดในแบบฉบับ BNK48

สิ่งที่น่าสนใจในการทำธุรกิจของ BNK48 Office คือ การที่ไม่ได้มีสต็อกซีดีสำหรับวางจำหน่าย แต่เปิดเว็บไซต์ official ให้ได้ทำการ Pre-order เมื่อรู้ยอดสั่งซื้อทั้งหมดจึงจะทำการผลิตตามออเดอร์ โดยในซีดีจะมีรูปภาพ  random และบัตรจับมือ เรียกได้ว่า สร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ที่ได้รับความสนใจจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม


อะไรคือ ‘idol you can meet’

ภายใต้คอนเซปท์นี้ทำให้แฟนคลับสามารถเจอกับน้องๆ ใน Touchpoint ไม่ว่าจะเป็นเธียร์เตอร์หลักอย่าง BNK48 Campus ซึ่งมีโลเคชั่นตั้งอยู่ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ หรือ Digital Studio ที่ EmQuartier ซึ่งจะมีน้องๆ ไปทำการไลฟ์คุยกับแฟนคลับผ่านแอพพลิเคชัน ‘VOOV’ และ Handshake Event งานจับมือ ที่เปรียบเสมือนการมอบกำลังใจในการทำงานให้กับน้องๆ

เรียกได้ว่าเป็นการจัดสรรพื้นที่เพื่อให้แฟนคลับได้เจอกับ BNK48  โดย provide สถานที่ไว้ให้เรียบร้อย ไม่ใช่ว่าอยากเจอหรือถ่ายรูปเมื่อไหร่ที่ไหนก็ได้ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่คุณจิรัฐได้เผยให้ทุกคนได้ทราบกัน


วิธีประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดของ BNK48

หลายคนคงอยากรู้ว่าทำไม BNK48 ถึงได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม คุณจิรัฐบอกว่า วิธีประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดของ BNK48 คือ การใช้ ‘Engagement’ ไม่ว่าจะเป็นยอด View, Click, Like หรือ Share ผ่านคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ผ่าน Social media




พันธมิตรของไอดอลสาวน้อย BNK48 

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญของการทำธุรกิจของ BNK48 Office คือ การหาพันธมิตรหรือ partner ร่วมกันพัฒนาคอนเทนต์หรือคอนเซปท์งานใหม่ๆ ที่น่าสนใจ อาทิเช่น การร่วมงานกับทีมช้างศึก เพื่อที่จะทำแคมเปญร่วมกันในการประชาสัมพันธ์การแข่งขันฟุตบอล ในขณะเดียวกันก็ได้ฐานแฟนคลับทีมชาติไทยทำความรู้จักกับ BNK48 เช่นกัน ร่วมไปถึงการร่วมมือกับ GDH ในการสร้าง Documentary Film ‘Girls don’t cry’ ที่กำกับโดย คุณเต๋อ นวพล และ Salmon House ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ยังมีการร่วมทุนกับทาง Workpoint ในการผลิตคอนเทนต์รายการวาไรตี้โชว์ผ่านมิติใหม่ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน

ที่น่าสนใจและตรงประเด็นกับเรื่องราว E-commerce คอนเซปท์หลักของงาน ETDA ในวันนี้ก็คือ การร่วมมือกับ Shopee เป็นพันธมิตรกันในการขายสินค้าผ่านออนไลน์ เข้ามาช่วยดูแลระบบหลังบ้านด้วยการการทำอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ให้กับ BNK48 Office


มิติของ BNK48 

ถ้าหากเปรียบเทียบ BNK48 เป็นภาพยนตร์จะมีเรื่องราวที่มีเส้นเรื่องหลากหลาย เรื่องแรกคือความเข้มข้นในการแข่งขันเพื่อหาเซมบัตสึ ผ่านความน่ารักและเป็นธรรมชาติของน้องๆ ในตั้งใจการทำงาน และมิตรภาพความผูกพันแบบ Girlfriends ก็เป็นอีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจ และเรื่องราวอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้การติดตาม BNK48 มีความน่าสนใจตลอดเวลา


ปิดท้ายด้วยคำถามจากผู้ที่เข้าร่วมฟังเรื่องราวที่น่าสนใจของ BNK48 Office ว่ามองภาพไว้อย่างไรในอีกหลายปีข้างหน้า คุณจิรัฐตอบคำถามนี้ว่า มอง BNK48 เป็นวงไอดอลแบบปลายเปิด สุดท้ายแล้วน้องๆ อาจจะไม่ได้เติบโตกลายเป็นนักร้องก็ได้ เค้าอาจจะกลายเป็นเจ้าของร้านขนม ร้านห้องเสื้อแฟชั่นหรือเป็นคุณครู แต่สิ่งสำคัญที่ช่วงระยะเวลา 6 ปีที่ได้อยู่กับเรา เค้าจะมีได้พัฒนาตัวเอง มีโอกาสในการเข้าถึงสิ่งใหม่ๆ ตลอด ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาบ่มเพาะประสบการณ์ชีวิตของเด็กๆ กลุ่มนี้ขึ้นมา


เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเส้นทางธุรกิจที่น่าจับตามอง รวมไปถึงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียและ E-commerce ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดมิติใหม่ๆ ของ ‘BNK48’ ให้มี Engagement ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เลยทีเดียว