‘ฟีเจอร์เด็ด! สำหรับ แม่ค้าออนไลน์’ จาก 3 ธนาคารยักษ์ใหญ่!

‘ฟีเจอร์เด็ด! สำหรับ แม่ค้าออนไลน์’ จาก 3 ธนาคารยักษ์ใหญ่!

            Mobile Banking ตัวช่วยสำคัญแห่งยุคดิจิทัลที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกรรมทางการเงินสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน e-Commerce โดยปัจจุบันภาคธนาคารได้มีการแข่งขันการพัฒนาระบบ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารให้สามารถตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของผู้ใช้งานในยุคปัจจุบันสูงสุด ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก

 

Mobile Banking กุญแจสำคัญสู่สังคมไร้เงินสด

            Mobile Banking คือ ตัวช่วยสำคัญแห่งยุคดิจิทัล ที่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคม พฤติกรรมผู้บริโภค และเศรษฐกิจโลก

            จากผลสำรวจธุรกรรมการชำระเงินผ่านบริการ Mobile Banking ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ในเดือนมิถุนายน 2561 ประเทศไทยมีจำนวนบัญชีลูกค้าที่ใช้บริการ Mobile Banking กว่า 37 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วกว่า 11 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นความนิยมของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นต่อบริการนี้ อันเป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นถึงการก้าวสู่ความเป็น 4.0 และสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ของประเทศไทย

            ตลอดช่วงเดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา 3 ธนาคารชั้นนำของประเทศ อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ได้มีการแถลงข่าวเปิดตัว Mobile Banking รูปแบบใหม่ของแต่ละธนาคารอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ทันสมัย เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของระบบ รวมทั้งเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งานในปัจจุบัน


ฟีเจอร์เด่น’ เพื่อผู้ประกอบการ จาก 3 ธนาคารยักษ์

            หากดูในกลุ่มธุรกิจที่สำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างธุรกิจ e-Commerce พบว่าแต่ละธนาคารพัฒนาระบบ Mobile Banking ให้สามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ–ผู้ขายสินค้าออนไลน์ รวมทั้งการพัฒนาระบบและฟีเจอร์ให้ครอบคลุมทุกวงจรการทำธุรกิจของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซมากที่สุด


            "ปัจจุบันฟีเจอร์ของทั้ง 3 ธนาคาร แทบจะมีความสามารถเทียบเท่ากันทั้งสิ้น

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแต่ละธนาคารก็มีฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละธนาคารเช่นกันที่ธนาคารอื่น ๆ ไม่มีเช่นกัน" 



SCB EASY กับฟีเจอร์ 'โอนหลายรายการ'

        SCB EASY ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในงานแถลงข่าวที่ผ่านมาได้เปิดตัว คอนเซ็ปต์ "โมเมนต์ แบงก์กิ้ง (Moment Banking) #เป็นทุกโมเมนต์เพื่อคุณ" ที่มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมฟีเจอร์ให้ Mobile Banking ของธนาคารอยู่ในทุกช่วงเวลาของผู้ใช้บริการ โดยการนำเสนอฟีเจอร์เด่นของ SAC EASY กว่า 20 ฟีเจอร์ และมีแผนการเปิดตัวฟีเจอร์เพิ่มเติมในปี 2562 อีกหลายรายการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ

        ทั้งนี้ ฟีเจอร์เด่นของ SCB เพื่อผู้ประกอบการขอยกให้กับฟีเจอร์ 'โอนหลายรายการ' ที่ผู้ประกอบการสามารถตั้งค่าการโอนเงินขึ้นเป็นกลุ่มที่ต้องการ พร้อมทั้งกำหนดค่าใช้จ่ายและบัญชีเฉพาะของแต่ละรายชื่อในกลุ่ม เช่น การโอนค่าใช้จ่ายสำหรับคู่ค้าในการทำธุรกิจที่อาจจะมีหลายเจ้าในธุรกิจเรา หรือการโอนจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงาน

        วิธีการใช้งานเพิ่มเติม : https://www.scb.co.th/scbeasy/how-to/bulktranfer

 


ซื้อขายปลอดภัยกับ e-Slip จาก KPLUS

        K PLUS จาก ธนาคารกสิกรไทย กับเป้าหมาย บริการทุกระดับประทับใจ เพื่อเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม เพิ่มความสะดวกสบาย และรู้เท่าทันทุกความต้องการของผู้ใช้บริการ นอกจากจะเพิ่มในส่วนของ e-Market เข้าไปในแอปพลิเคชันแล้ว K PLUS ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ที่เข้ามาเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมซื้อขายออนไลน์อย่าง e-Slip แบบใหม่ มั่นใจ ปลอดภัย เช็กรายการธุรกรรมได้เองง่าย ๆ เพียงแค่สแกน QR Code ผ่าน K PLUS

        ทุกครั้งที่ทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชัน KPLUS ผู้ใช้บริการจะได้รับ e-slip ที่มี QR Code อยู่บนสลิปนั้น ๆ ด้วย เมื่อนำ QR Code ไปสแกนก็จะพบกับข้อมูลการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นว่ามีการทำธุรกรรมนี้เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลาใด เพื่อป้องกันปัญหาการยืนยันการซื้อขายออนไลน์ด้วยสลิปปลอม

 


KTB NEXT กับ ความสะดวกในการเสียภาษี

            KTB NEXT ตอบสนอง ธุรกรรมในอากาศ (Invisible Banking) โดย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่มีจุดแข็งในการเป็นธนาคารเครือข่ายของรัฐที่ใหญ่ที่สุด โดยผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐได้อย่างครอบคลุมมากที่สุดในบรรดา Mobile banking

            สำหรับผู้ประกอบการ KTB NEXT สามารถช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเสียภาษีสรรพกรและภาษีสรรพสามิตได้ภายในแอปพลิเคชัน เพียงแค่ระบุเลขที่ผู้เสียภาษีหรือเลขบัตรประชาชน พร้อมจำนวนเงินที่ต้องชำระเท่านั้น

 

ฟีเจอร์พื้นฐาน ในการทำธุรกรรมของทั้ง 3 ธนาคาร


โดยฟีเจอร์ที่ Thaiemarket.com เลือกมาเปรียบเทียบ ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญสำหรับแวดวง e-Commerce ได้แก่...

            1) ‘ล็อกอิน Touch ID’ เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ด้วย Touch ID ระบบล็อกอินและยืนยันการทำธุรกรรมด้วยการสแกนลายนิ้วมือ เพิ่มเติมจากการใส่รหัสผ่านด้วยตัวเลข เพื่อป้องกันการถูกสวมรอยหรือการลักลอบเข้าสู่ระบบแบงกิ้งของเราจากบุคคลที่สาม

 

            2) 'QR จ่ายและรับเงิน' ฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อ–ผู้ขายออนไลน์เป็นอย่างมาก จากเดิมที่การชำระค่าสินค้าหรือบริการออนไลน์จะทำโดยการที่ผู้ขายแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระ พร้อมเลขบัญชีให้แก่ผู้ซื้อ ซึ่งหลายครั้งที่เกิดความผิดพลาดของการทำธุรกรรมในขั้นตอนนี้ ทั้งการโอนชำระค่าบริการผิดบัญชี หรือชำระค่าบริการไม่ตรงตามยอดที่กำหนด ฟีเจอร์นี้ผู้ขายสามารถสร้าง QR CODE ที่ระบุบัญชีและจำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระได้ จากนั้นเพียงแค่ส่ง QR CODE ที่ได้ให้แก่ผู้ซื้อ นำไปสแกนผ่านฟีเจอร์ QR รับเงินเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่ได้มีการซื้อขาย

 

            3) 'แจ้งเตือนเพื่อจ่าย' บริการเรียกเก็บค่าสินค้าหรือบริการผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งจะช่วยในการแจ้งเตือนในวันเวลาที่ตั้งไว้ หากมองในมุมของผู้ประกอบการ ฟีเจอร์นี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยเตือนและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการทำธุรกิจกับคู่ค้า ซึ่งสามารถทำได้โดยการระบุหมายเลขพร้อมเพย์และวงเงินที่ต้องการเรียกเก็บ จากนั้นกำหนดวันที่ต้องการจะเรียกเก็บเงิน เมื่อถึงวันที่กำหนดระบบจะทำการส่งข้อความรายละเอียดการเรียกชำระไปยังหมายเลขพร้อมเพย์ของคู่ค้าที่ได้กำหนดไว้

 

            4) 'รายการโอนเงินล่วงหน้า' ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดวันและจำนวนเงินที่ต้องการโอนล่วงหน้า ป้องกันปัญหาการลืมทำธุรกรรมในวันที่กำหนด ซึ่งเงื่อนไขและความสามารถของ Mobile Banking แต่ละธนาคารก็แตกต่างกันออกไป โดย แอปพลิเคชัน SCB EASY ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถตั้งโอนล่วงหน้าได้สูงสุด 180 วัน และกำหนดตั้งโอนประจำได้สูงสุด 6 เดือน แอปพลิเคชัน K PLUS จาก ธนาคารกสิกรไทยสามารถตั้งโอนล่วงหน้าและกำหนดโอนประจำได้สูงสุด 1 ปี

 

            5) 'e-Market' นอกจากการทำธุรกรรมออนไลน์แล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกสิกรไทย ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ e-Market Place ของธนาคารเข้าไปยังแอปพลิเคชัน Mobile Banking อีกด้วย ซึ่งภายในฟีเจอร์ e-Market ของทั้งสองธนาคารก็มีความแตกต่างกันทั้งสินค้า บริการ และการใช้งาน

 

น่าติดตามว่า หลังจากนี้ ธนาคารอื่น ๆ จะมีความเคลื่อนไหวเพื่อนำเสนอฟีเจอร์ที่โดดเด่นกว่านี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ e-Commerce ที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย